Sign up
Log in

กลยุทธ์ออปชัน Covered Call

Covered Call คือกลยุทธ์ที่นักลงทุนถือหุ้นอยู่ (สถานะ Long) แล้วขายคอลออปชันบนหุ้นตัวเดียวกัน เพื่อสร้างรายได้เพิ่มจากค่าพรีเมียม

จุดเด่นของ Covered Call คือช่วยสร้างรายได้เพิ่มระหว่างที่ถือหุ้นผ่านค่าพรีเมียมจากการขายคอลออปชัน ข้อจำกัดคือหากราคาหุ้นขึ้นเกินราคาใช้สิทธิ นักลงทุนต้องขายหุ้นออกไป ทำให้พลาดกำไรส่วนที่สูงกว่าราคาใช้สิทธิ ผู้ซื้อคอลออปชันจะมีสิทธิในการซื้อหุ้น หากใช้สิทธิ นักลงทุนผู้ขายก็มีหน้าที่ต้องส่งมอบหุ้น การขาย Covered Call จึงถือว่าเป็นการ “คุ้มครอง” ความเสี่ยง เพราะนักลงทุนมีหุ้นอยู่แล้วในพอร์ตในสถานะ Long และพร้อมที่จะขาย

กลยุทธ์นี้เหมาะกับนักลงทุนที่มองว่าราคาหุ้นจะทรงตัว หรือลงเล็กน้อย หรืออาจขึ้นบ้างแต่ไม่มากนัก หากหุ้นพุ่งแรง นักลงทุนจะได้กำไรจำกัด ไม่สามารถเก็บผลตอบแทนทั้งหมดจากการขึ้นได้

ตัวอย่าง Covered Call

นักลงทุนถือหุ้น RAWR 100 หุ้น ที่ราคา 10 ดอลลาร์ต่อหุ้น และขายคอลออปชันที่ราคาใช้สิทธิ 14 ดอลลาร์ โดยได้ค่าพรีเมียม 2 ดอลลาร์ต่อหุ้น (รวม 200 ดอลลาร์) สัญญามีอายุ 1 เดือน

  • ซื้อหุ้น RAWR 100 หุ้น @ 10 ดอลลาร์ (ลงทุน 1,000 ดอลลาร์)
  • ขายคอลออปชัน RAWR 1 สัญญา @ ราคาใช้สิทธิ 14 ดอลลาร์ ได้ค่าพรีเมียม 200 ดอลลาร์

ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้

  • หากราคาหุ้น ≥ 14 ดอลลาร์ → กำไรสูงสุด 600 ดอลลาร์ (400 ดอลลาร์จากหุ้น + 200 ดอลลาร์จากพรีเมียม)
  • หากราคาหุ้น = 0 ดอลลาร์ → ขาดทุน 1,000 ดอลลาร์จากหุ้น แต่ได้ค่าพรีเมียม 200 ดอลลาร์ → ขาดทุนสุทธิ 800 ดอลลาร์
  • หากราคาหุ้นอยู่ระหว่าง 8–14 ดอลลาร์ → มีกำไรตั้งแต่ 0 ดอลลาร์ ถึง 600 ดอลลาร์

การคำนวณ

  • กำไรสูงสุด = (ราคาใช้สิทธิ – ราคาซื้อหุ้น + ค่าพรีเมียม) x 100 = 600 ดอลลาร์
  • ขาดทุนสูงสุด = (ราคาซื้อหุ้น – ค่าพรีเมียม) x 100 = 800 ดอลลาร์
  • จุดคุ้มทุน = ราคาซื้อหุ้น – ค่าพรีเมียม = 8 ดอลลาร์

กำไรและขาดทุนของกลยุทธ์ออปชัน Covered Call จนถึงวันหมดอายุสามารถดูได้จากแผนภูมิด้านล่าง

แผนภูมิแสดงกำไรและขาดทุนที่อาจเกิดขึ้นบนแกน y เทียบกับราคาหุ้นที่เกี่ยวข้องบนแกน x

หากราคาหุ้น RAWR ขึ้นไปที่ 14 ดอลลาร์หรือต่ำ ๆ กว่านั้น นักลงทุนจะได้กำไรสูงสุด 600 ดอลลาร์ โดยประกอบด้วย 400 ดอลลาร์จากการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้น และ 200 ดอลลาร์จากค่าพรีเมียมที่ได้จากการขายคอลออปชัน ในทางกลับกัน ความเสี่ยงขาดทุนสูงสุดคือ 800 ดอลลาร์ ซึ่งมาจากการขาดทุน 1,000 ดอลลาร์ หากราคาหุ้นลดลงเหลือ 0 ดอลลาร์ แต่ถูกชดเชยบางส่วนด้วยค่าพรีเมียม 200 ดอลลาร์

ถ้าราคาหุ้น RAWR สูงเกิน 14 ดอลลาร์ในช่วงอายุสัญญา นักลงทุนจะถูกใช้สิทธิและมีหน้าที่ขายหุ้น 100 หุ้นที่ถืออยู่ ทำให้หุ้นเหล่านั้นไม่ได้อยู่ในสถานะ Long อีกต่อไป ถึงแม้กำไรสูงสุดยังคงอยู่ที่ 600 ดอลลาร์ แต่ถ้าราคาหุ้นอยู่ระหว่าง 8–14 ดอลลาร์จนถึงวันหมดอายุ นักลงทุนก็ยังสามารถทำกำไรได้ต่อเนื่องจากการขาย Covered Call และสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าการถือหุ้นเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะในตลาดที่อยู่ในช่วงขาขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป

สำหรับความเสี่ยงขาลง หากราคาหุ้น RAWR ต่ำกว่า 8 ดอลลาร์เมื่อออปชันหมดอายุ นักลงทุนจะเริ่มมีผลขาดทุน แต่ค่าพรีเมียมที่ได้รับจากการขายคอลออปชันยังช่วยลดผลขาดทุนลงบางส่วน

เช่นเดียวกับการลงทุนอื่น ๆ ออปชันก็มีความเสี่ยงเช่นกัน สำหรับ Covered Call ความเสี่ยงหลักเกิดจากการถือหุ้นในสถานะ Long ที่มูลค่าอาจลดลง แต่หากนักลงทุนศึกษาอย่างรอบคอบและตระหนักถึงความเสี่ยงนี้ Covered Call ก็อาจเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมในการสร้างรายได้เสริมและเพิ่มผลตอบแทนจากพอร์ตการลงทุน

หมายเหตุ: สัญลักษณ์ดังกล่าวเป็นเพียงสัญลักษณ์สมมติและมีจุดประสงค์เพื่อแสดงตัวอย่างกลยุทธ์ออปชันที่ซับซ้อนเท่านั้น ราคาทั้งหมดที่ใช้ในตัวอย่างไม่ได้แสดงถึงราคาจริงของมูลค่าออปชันไม่ว่าในช่วงเวลาใดก็ตาม

0
0
0
การซื้อขายออปชันมีความเสี่ยงสูงและไม่ได้เหมาะสําหรับนักลงทุนทุกคน เนื่องจากนักลงทุนอาจประสบกับการขาดทุนที่รวดเร็วและมีนัยสําคัญ ผู้ลงทุนควรพิจารณาวัตถุประสงค์และความเสี่ยงในการลงทุนอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนในออปชัน
รายชื่อบทเรียน
1
รายการ “การซื้อขายออปชันมากกว่าปกติ” บน Webull
2
ติดตามราคาออปชันด้วยเครื่องมือ "การแจ้งเตือน"
3
กลยุทธ์ออปชัน Cash Secured Put
กลยุทธ์ออปชัน Covered Call
5
ปกป้องสัญญาออปชันของคุณด้วยฟีเจอร์คำสั่ง Take Profit และ Stop Loss!
6
ข้อมูลพื้นฐานของออปชัน
7
เรียนรู้ Call และ Put
8
สิ่งที่ควรรู้ก่อนการเทรดออปชัน
9
Index Options คืออะไร?
10
แนวทางการอ่าน Options Chain แบบง่าย ๆ ที่ใครก็เข้าใจได้
11
วิเคราะห์ออปชันผ่าน Options Chain
12
เริ่มต้นการเทรดออปชันด้วยคอล
13
วิธีการส่งคำสั่งซื้อขายออปชันดัชนีอเมริกา
14
0DTE Options
15
Theta: ตัวแปรที่สะท้อน Time Decay
16
3 จุดพลาดที่พบบ่อยในการเทรดออปชัน
No content on the Webull website shall be considered a recommendation or solicitation for the purchase or sale of securities, options or other investment products. All information and data on the website is for reference only and no historical data shall be considered as the basis for judging future trends.