Sign up
Log in

สิ่งที่นักลงทุนควรรู้เกี่ยวกับการแตกพาร์ของหุ้น

การแตกพาร์ หรือการแตกหุ้น (Stock Split) หมายถึงการที่บริษัทเพิ่มจำนวนหุ้นให้กับผู้ถือหุ้นปัจจุบัน โดยที่ส่วนของผู้ถือหุ้นยังคงเท่าเดิม

ความหมายของการแตกพาร์ (Stock Split)

การแตกพาร์ (Stock Split) หมายถึงการที่บริษัทเพิ่มจำนวนหุ้นให้กับผู้ถือหุ้นปัจจุบัน โดยที่ส่วนของผู้ถือหุ้นยังคงเท่าเดิม ในอีกความหมายคือ จำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นปัจจุบันถืออยู่จะเพิ่มขึ้น แต่มูลค่ารวมของหุ้นจะยังคงเดิม โดยบริษัทสามารถแตกหุ้นในอัตราส่วนใดก็ได้ เช่น 2 ต่อ 1, 10 ต่อ 1 หรือ 20 ต่อ 1

ตัวอย่างเช่น นักลงทุน A ถือหุ้น XYZ จำนวน 10 หุ้น ซึ่งซื้อขายกันที่ราคา 100 ดอลลาร์ต่อหุ้น และบริษัท XYZ ประกาศแตกหุ้นในอัตราส่วน 10 ต่อ 1 หลังจากแตกพาร์แล้ว เขาก็จะถือหุ้น XYZ 100 หุ้น ในราคา 10 ดอลลาร์ต่อหุ้น มูลค่ารวมของหุ้นยังคงเท่าเดิมที่ 1,000 ดอลลาร์ทั้งก่อนและหลังการแตกพาร์

ทำไมบริษัทถึงต้องแตกหุ้น?

  1. เพื่อดึงดูดนักลงทุนจากราคาหุ้นที่ถูกลง นักลงทุนจะสามารถซื้อหุ้นในจำนวนที่มากขึ้นแม้เงินลงทุนเท่าเดิม ซึ่งนั่นอาจช่วยเพิ่มความต้องการซื้อหุ้นในตลาด
  2. เพื่อเพิ่มสภาพคล่องการซื้อขาย การแตกพาร์หุ้นจะทำให้มีจำนวนหุ้นอยู่ในตลาดมากขึ้น ซึ่งหมายความว่าหุ้นนั้นจะมีสภาพคล่องที่สูงขึ้น

การรวมหุ้น (Reverse stock split) คืออะไร?

การแตกหุ้น คือการที่บริษัทเพิ่มจำนวนหุ้นให้กับผู้ถือหุ้นเดิม โดยที่ไม่เปลี่ยนแปลงมูลค่าของส่วนของผู้ถือหุ้น ซึ่งเรียกว่า Forward Stock Split แต่การรวมหุ้น (Reverse Stock Split) นั้น จะอยู่ในทิศทางตรงกันข้าม การรวมหุ้นเป็นการลดจำนวนหุ้นที่อยู่ในตลาด โดยที่ส่วนของผู้ถือหุ้นไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งหมายความว่าจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละคนถือครองอยู่จะลดลง แต่มูลค่ารวมของหุ้นจะยังคงเดิม โดยอัตราส่วนในการ Reverse Stock Split อาจเป็น 1 ต่อ 2 หรือ 1 ต่อ 5 เป็นต้น

ยกตัวอย่างเช่น นักลงทุน B ถือหุ้น XYZ อยู่ 200 หุ้น ซึ่งซื้อขายกันที่ราคาหุ้นละ 5 ดอลลาร์ และบริษัท XYZ ประกาศรวมหุ้นแบบ 1 ต่อ 2 หลังจากรวมหุ้นแล้ว นักลงทุน B จะมีจำนวนหุ้น XYZ ลดลงเป็น 100 หุ้น ราคาหุ้นละ 10 ดอลลาร์ โดยมูลค่ารวมของหุ้นจะยังคงเท่าเดิม คือ 1,000 ดอลลาร์ ทั้งก่อนและหลังรวมหุ้น

บริษัทอาจประกาศรวมหุ้นเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดขั้นต่ำในการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

การแตกพาร์หุ้นส่งผลอย่างไรต่อเงินปันผล?

เงินปันผลจะได้รับผลกระทบจากการแตกพาร์ก็ต่อเมื่อมีการแตกพาร์ก่อนวันกำหนดสิทธิ์ (Record Date) ในกรณีดังกล่าว มูลค่ารวมของเงินปันผลจะยังคงเท่าเดิม แต่เงินปันผลต่อหุ้นจะถูกปรับตามอัตราส่วนการแตกพาร์

ยกตัวอย่างเช่น บริษัท XYZ ได้ประกาศจ่ายเงินปันผล 2 ดอลลาร์ต่อหุ้น และมีการแตกพาร์หุ้นแบบ 2:1 ก่อนวันกำหนดสิทธิ์ หลังจากแตกพาร์แล้ว หุ้นเดิมจะมีจำนวนเพิ่มเป็น 2 เท่า และนักลงทุนที่ถือหุ้นก่อนวันกำหนดสิทธิ์จะได้รับเงินปันผล 1 ดอลลาร์ต่อหุ้น

0
0
0
การลงทุนมีความเสี่ยงและไม่ได้เหมาะสมสําหรับนักลงทุนทุกคน มูลค่าของหลักทรัพย์อาจผันผวน และส่งผลให้ลูกค้าอาจขาดทุนมากกว่าเงินลงทุนเดิม ผลการดําเนินงานในอดีตของหลักทรัพย์หรือผลิตภัณฑ์การเงินไม่ได้รับประกันผลลัพธ์หรือผลตอบแทนในอนาคต โปรดทราบว่าแม้ว่าการกระจายความเสี่ยงอาจช่วยกระจายความเสี่ยง แต่ก็ไม่ได้รับประกันผลกําไรหรือป้องกันการขาดทุนในช่วงตลาดขาลง การขาดทุนมีโอกาสเกิดขึ้นได้เสมอเมื่อคุณลงทุนในหลักทรัพย์หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ ผู้ลงทุนควรพิจารณาวัตถุประสงค์และความเสี่ยงในการลงทุนอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
รายชื่อบทเรียน
1
วิธีการอ่านราคาเสนอซื้อ (Bid) และราคาเสนอขาย (Ask)
2
เริ่มต้นลงทุนยังไง? สำหรับมือใหม่หัดลงทุนครั้งแรก
3
เริ่มต้นการเทรดกับ Webull
4
วิธีอ่านข้อมูลหุ้นเพื่อการเทรดให้เข้าใจง่าย
5
วิธีปรับแต่งหน้าจอการเทรดหุ้นให้ตรงตามสไตล์คุณ
6
วิธีค้นหาหุ้นปันผล
7
การลงทุนหุ้น Blue Chip ในช่วงที่เศรษฐกิจขาลง
8
วิธีเลือกลงทุนหุ้นเติบโต (Growth Stocks)
9
ข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ในช่วงการประกาศงบการเงินของบริษัท
10
วิธีการค้นหาหุ้นที่เกิด Corporate Actions
สิ่งที่นักลงทุนควรรู้เกี่ยวกับการแตกพาร์ของหุ้น
No content on the Webull website shall be considered a recommendation or solicitation for the purchase or sale of securities, options or other investment products. All information and data on the website is for reference only and no historical data shall be considered as the basis for judging future trends.